Unbreakable
Threads.
ยกระดับความแข็งแรงของสลักภัณฑ์ด้วยกระบวนการรีดเกลียว (Thread Rolling) เทคโนโลยีการขึ้นรูปเย็นที่ทำให้โครงสร้างเหล็กไหลต่อเนื่อง ไม่ขาดช่วง รับแรงดึงได้สูงกว่าเกลียวกลึงทั่วไปถึง 30% พร้อมผิวสัมผัสที่เรียบเนียนระดับกระจก

The Science of Grain Flow
ความลับของความแข็งแกร่งอยู่ที่โครงสร้างภายใน การรีดเกลียว (Rolling) คือการบีบอัดเนื้อเหล็กให้เป็นรูปทรงเกลียว โดยไม่ตัดทำลายเส้นใยโลหะ (Grain Flow) ทำให้เกลียวมีความหนาแน่นสูงและทนทานกว่าเกลียวที่เกิดจากการกลึง (Cutting)
Cut Thread
Weak Point- เส้นใยโลหะถูกตัดขาด ทำให้โครงสร้างไม่ต่อเนื่อง
- ความต้านทานแรงดึงและแรงล้าต่ำ
Rolled Thread
Superior- เส้นใยโลหะไหลต่อเนื่องตามรูปทรงเกลียว
- ผิวงานแข็งขึ้น (Work Hardening) จากแรงบีบอัด
Thread Capabilities.
รองรับการผลิตเกลียวหลากหลายมาตรฐาน ตอบโจทย์ทุกการใช้งานอุตสาหกรรม
Metric Thread (เกลียวมิล)
เกลียวมาตรฐานสากล ISO สำหรับงานเครื่องจักรและโครงสร้างทั่วไป
- Pitch: 0.5 - 6.0 mm
- Size: M6 - M100
- Ref: JIS, DIN
Imperial (เกลียวหุน/นิ้ว)
เกลียวระบบอังกฤษและอเมริกัน สำหรับงานปิโตรเคมีและก่อสร้าง
- Type: UNC, UNF, BSW
- Size: 1/4" - 4"
- Ref: ANSI, ASTM
Trapezoidal (เกลียวคางหมู)
เกลียวสำหรับส่งกำลัง (Power Screw) และงานแม่แรง
- Type: Tr, Acme
- App: Lead Screws, Jacks
- Custom Pitch Available
Optimized for
Every Material.
กระบวนการรีดเกลียวของเราปรับตั้งค่าเครื่องจักร (Pressure & Speed) ให้เหมาะสมกับค่า Yield Strength ของวัสดุแต่ละชนิด เพื่อให้ได้เกลียวที่สมบูรณ์แบบ ไม่ฉีกขาด และมีความแข็งแรงสูงสุด
Alloy Steel (SCM440 / 4140)
เหล็กกล้าผสมโครเมียม-โมลิบดีนัม เหมาะสำหรับทำน็อตเกรด 10.9 และ 12.9 ที่ต้องการความเหนียวและทนแรงดึงสูง
Stainless Steel (304 / 316)
สแตนเลสเมื่อผ่านการรีดเกลียวจะเกิด Work Hardening ทำให้ผิวเกลียวแข็งกว่าเดิม ทนทานต่อการติดขัด (Galling)
Carbon Steel (S45C / A36)
เหล็กคาร์บอนทั่วไป รีดขึ้นรูปได้ง่าย ให้ผิวเงางาม เหมาะสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป (Anchor Bolt, J-Bolt)
Why Rolling Wins?
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติทางวิศวกรรมระหว่างการกลึงเกลียวและการรีดเกลียว
| Properties | Cut Thread (งานกลึง) | Rolled Thread (งานรีด) |
|---|---|---|
| Grain Flow (โครงสร้าง) | ถูกตัดขาด (Severed) | ต่อเนื่อง (Continuous) |
| Tensile Strength (แรงดึง) | Standard | Higher (+30%) |
| Surface Finish (ผิวงาน) | หยาบ (Rough) | เรียบเนียน (Mirror Like) |
| Material Waste (เศษเหล็ก) | สูญเสียเศษ (High Waste) | ไม่มีเศษ (Zero Waste) |
| Production Speed (ความเร็ว) | ช้า (Slow) | เร็วมาก (High Speed) |
| Fatigue Resistance (แรงล้า) | Low | Very High |


Trusted in
Critical Industries.
ด้วยความแข็งแรงและความแม่นยำที่เหนือกว่า เกลียวรีดจึงเป็นมาตรฐานบังคับสำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด
- 1
Automotive
น็อตล้อ, น็อตฝาสูบ, ชิ้นส่วนช่วงล่างที่รับแรงสั่นสะเทือนตลอดเวลา
- 2
Petrochemical
Stud Bolt ASTM A193 B7 สำหรับหน้าแปลนท่อแรงดันสูง
- 3
Construction
Anchor Bolt รับแรงดึงสูงสำหรับยึดเสาโครงสร้างขนาดใหญ่
- 4
Heavy Machinery
ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลเกษตร, รถแทรกเตอร์ และระบบไฮดรอลิค

Verified with Ring & Plug Gauge
Precision Beyond
Expectation.
เกลียวที่ดีไม่ใช่แค่แข็งแรง แต่ต้อง "แม่นยำ" เราตรวจสอบเกลียวทุกชิ้นด้วยเครื่องมือวัดมาตรฐานสากล (JIS, DIN, ISO, ASTM) เพื่อให้มั่นใจว่าเกลียวสามารถประกอบเข้ากับน็อตตัวเมียได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Go / No-Go Gauge
ตรวจสอบพิกัดเกลียว (Tolerance Class) อย่างละเอียดทุกขั้นตอน
Profile Projector
วัดองศาและระยะพิตช์ (Pitch) ด้วยความละเอียดระดับไมครอน
ต้องการงานเกลียวพิเศษ?
รับผลิตสกรูเกลียวพิเศษ, เกลียวซ้าย, เกลียวคางหมู, เกลียวแม่แรง และเกลียวตามแบบ Drawing ทุกชนิด
ขั้นตอนการรีดเกลียว
การรีดเกลียวเป็นการขึ้นรูปเย็น (Cold Forming) โดยใช้แรงกดจากดายรีด (Rolling Die) บีบเนื้อโลหะให้ไหลเข้าสู่ร่องเกลียว ไม่ใช่การตัดเนื้อโลหะออกเหมือนการกลึง
เตรียมเส้นลวด (Blank)
เลือกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเริ่มต้น (Pitch Diameter) ให้ถูกต้องตามมาตรฐาน เพราะปริมาตรเนื้อเหล็กต้องสัมพันธ์กับขนาดเกลียวสุดท้าย
ตั้งค่าดายรีด (Die Setup)
ปรับตั้งระยะดายและแรงกดให้เหมาะกับวัสดุและพิตช์ เกลียวที่ต้องการ เพื่อให้เนื้อโลหะไหลเต็มร่องโดยไม่เกิดรอยฉีก
รีดขึ้นรูป (Forming)
ดายกดและกลิ้งบีบผิวชิ้นงาน เนื้อโลหะถูกอัดให้นูนขึ้นเป็นยอดเกลียวและกดลงเป็นร่อง เกิด Work Hardening ที่ผิวเกลียวพร้อมกัน
ตรวจสอบ (Inspection)
ตรวจพิกัดเกลียวด้วย Ring/Plug Gauge และวัดโปรไฟล์ด้วย Profile Projector ก่อนส่งต่อกระบวนการชุบหรือบรรจุ
เลือกรีด หรือ กลึง ดี?
แนวทางเลือกกระบวนการทำเกลียวให้เหมาะกับงาน ทั้งสองวิธีมีจุดเด่นต่างกัน การเลือกถูกช่วยให้คุ้มค่าและปลอดภัยสูงสุด
เหมาะกับการรีด (Rolling)
- งานที่ต้องรับแรงดึงและแรงล้าสูง เช่น น็อตยึดโครงสร้าง สลักภัณฑ์รถยนต์
- ผลิตจำนวนมาก (Mass Production) เพราะรีดได้รวดเร็วและต้นทุนต่อชิ้นต่ำ
- ต้องการผิวเกลียวเรียบเนียนและไม่มีเศษโลหะ (Zero Chip)
- เกลียวมาตรฐานทั่วไป (เกลียวขวา ขนาดมาตรฐาน) ที่มีปริมาณการผลิตสูง
เหมาะกับการกลึง (Cutting)
- งานต้นแบบหรือจำนวนน้อย (Prototype / Low Volume) ที่ไม่คุ้มทำดายรีด
- เกลียวเฉพาะทาง ระยะยาวพิเศษ หรือเกลียวภายในชิ้นงาน (Internal Thread)
- วัสดุที่แข็งหรือเปราะเกินกว่าจะรีดขึ้นรูปเย็นได้
- งานที่ต้องการแก้ไข/ซ่อมเกลียวเดิมบนชิ้นงานที่ผลิตเสร็จแล้ว
คำแนะนำจากทีมวิศวกร: หากชิ้นงานต้องรับภาระแบบสั่นสะเทือนหรือแรงกระชากซ้ำ ๆ (Cyclic Load) ควรเลือกเกลียวรีดเสมอ เพราะโครงสร้างเส้นใยโลหะที่ต่อเนื่องช่วยเพิ่มอายุการล้า (Fatigue Life) อย่างมีนัยสำคัญ ส่งแบบ Drawing มาให้เราประเมินได้ฟรี
คำถามที่พบบ่อย
เกลียวรีดแข็งแรงกว่าเกลียวกลึงจริงหรือ?
จริง โดยทั่วไปเกลียวรีดให้ความต้านทานแรงดึงและแรงล้าสูงกว่า เพราะเส้นใยโลหะ (Grain Flow) ไหลต่อเนื่องตามรูปทรงเกลียว ไม่ถูกตัดขาดเหมือนการกลึง อีกทั้งผิวเกลียวยังเกิดการแข็งตัวจากการขึ้นรูปเย็น (Work Hardening) ระดับการเพิ่มขึ้นจะขึ้นกับวัสดุและเงื่อนไขการผลิต
รีดเกลียวได้ขนาดเท่าไรบ้าง?
โรงงานรองรับงานรีดได้หลากหลายขนาดทั้งระบบเมตริก (เกลียวมิล) และระบบนิ้ว (เกลียวหุน) รวมถึงเกลียวคางหมูสำหรับงานส่งกำลัง สามารถส่งแบบหรือสเปกมาให้ทีมงานประเมินความเป็นไปได้ก่อนผลิตได้
วัสดุชนิดใดรีดเกลียวได้ดี?
วัสดุที่มีความเหนียวเหมาะกับการขึ้นรูปเย็นจะรีดได้ดี เช่น เหล็กคาร์บอน (S45C), เหล็กกล้าผสม (SCM440) และสแตนเลส (SUS304/SUS316) ส่วนวัสดุที่แข็งหรือเปราะมากอาจต้องใช้การกลึงแทน ทีมงานจะแนะนำกระบวนการที่เหมาะสมตามวัสดุของงาน
เกลียวรีดต้องชุบป้องกันสนิมเพิ่มไหม?
ขึ้นกับวัสดุและสภาพการใช้งาน เหล็กคาร์บอนและเหล็กกล้าผสมควรผ่านการชุบผิว (เช่น ซิงค์ หรือ Hot-dip Galvanize) เพื่อกันการกัดกร่อน ส่วนสแตนเลสมีความต้านทานสนิมในตัว แต่ในสภาพแวดล้อมทางทะเลควรเลือกเกรดที่เหมาะสม เช่น SUS316 ทางโรงงานมีบริการชุบผิวให้ครบวงจร
ทำไมต้องสั่งผลิตกับโรงงานในไทย?
การผลิตกับโรงงานไทยที่ได้มาตรฐาน ISO 9001:2015 ช่วยให้สื่อสารแบบงานได้ตรงประเด็น ลดเวลารอ (Lead Time) มีบริการตรวจสอบคุณภาพ 100% ด้วยเกจมาตรฐาน และรองรับงานสั่งทำตามแบบ (Made to Order) ทั้งล็อตเล็กและล็อตใหญ่ พร้อมทีมวิศวกรให้คำปรึกษาตลอดกระบวนการ