Industrial
Standards.
ไม่ว่าจะเป็นงานโครงสร้าง ยานยนต์ หรือเครื่องจักรกลหนัก สลักภัณฑ์ของเราผลิตและทดสอบตามข้อกำหนดทางวิศวกรรมระดับสากล เพื่อความปลอดภัยสูงสุดที่ประนีประนอมไม่ได้
JIS
Japanese Industrial Standards
มาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ที่ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่เกรดวัสดุ (เช่น S45C, SCM440) ไปจนถึงขนาดพิกัดความเผื่อของเกลียวเมตริก (Metric Thread) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
DIN
Deutsches Institut für Normung
มาตรฐานอุตสาหกรรมแห่งชาติเยอรมัน ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและแม่นยำสูง สลักภัณฑ์มาตรฐานยุโรปมักอ้างอิงรหัส DIN (เช่น DIN 931, DIN 933) โดยเฉพาะเครื่องจักรนำเข้าและงานระบบอัตโนมัติ (Automation)
ASTM
American Society for Testing and Materials
มาตรฐานระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา เน้นข้อกำหนดด้านคุณสมบัติวัสดุ (Material Property) และการทดสอบความแข็งแรง มักพบในสเปคงานโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่, ท่อปิโตรเคมี (เช่น ASTM A325, A193 B7)
ISO
International Organization for Standardization
องค์กรมาตรฐานสากล ที่กำลังเข้ามาแทนที่มาตรฐานเฉพาะประเทศในหลายๆ หมวดหมู่ เพื่อให้การผลิตและการใช้งานสลักภัณฑ์ทั่วโลกเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รองรับเกลียวเมตริก ISO และชั้นความแข็ง (Property Class)
ตารางเทียบมาตรฐาน
DIN vs ISO
ปัจจุบันมาตรฐาน ISO ได้ถูกนำมาใช้แทนที่มาตรฐาน DIN ในสลักภัณฑ์หลายชนิด นี่คือตารางเทียบเคียงรหัสสินค้าที่พบบ่อย
| ประเภทสินค้า (Product Type) | DIN Standard | ISO Standard |
|---|---|---|
| สกรูหัวหกเหลี่ยม เกลียวครึ่ง (Hex Bolt, Half Thread) | DIN 931 | ISO 4014 |
| สกรูหัวหกเหลี่ยม เกลียวตลอด (Hex Bolt, Full Thread) | DIN 933 | ISO 4017 |
| หัวน็อตหกเหลี่ยม (Hexagon Nut) | DIN 934 | ISO 4032 |
| แหวนอีแปะ (Flat Washer) | DIN 125 A | ISO 7089 |
| สกรูหัวจม (Hexagon Socket Head Cap Screw) | DIN 912 | ISO 4762 |
| สกรูเกลียวปล่อย (Tapping Screw) | DIN 7981 | ISO 7049 |
ISO 9001:2015
Quality Management System
รับประกันคุณภาพ
ในทุกขั้นตอนการผลิต
ไม่ใช่แค่การอ้างอิงตามสเปค แต่โรงงานของเราได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015มีการตรวจสอบและบันทึกผลตั้งแต่การรับวัตถุดิบ ระหว่างกระบวนการผลิต จนถึงการทดสอบขั้นสุดท้าย
- มีเอกสารใบรับรองผลทดสอบวัสดุ (Mill Certificate)
- ทดสอบแรงดึงและความแข็ง (Tensile & Hardness Test)
เลือกมาตรฐานให้เหมาะ
กับงานของคุณ
การเลือกสลักภัณฑ์ที่ถูกต้องไม่ได้ดูแค่ขนาด แต่ต้องพิจารณามาตรฐานอ้างอิง วัสดุ และสภาพแวดล้อมการใช้งานควบคู่กัน
ดูที่อุตสาหกรรม
งานยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์มักอ้างอิง JIS, เครื่องจักรนำเข้าและงานระบบยุโรปใช้ DIN/ISO, ส่วนงานโครงสร้างเหล็กหนักและปิโตรเคมีนิยม ASTM. การยึดตามมาตรฐานที่อุตสาหกรรมนั้นคุ้นเคยช่วยลดปัญหาการจัดหาอะไหล่ทดแทนในอนาคต
ดูที่สภาพแวดล้อม
งานภายในอาคารทั่วไปเลือกเหล็กชุบซิงค์ก็เพียงพอ. แต่หากใช้กลางแจ้ง ใกล้ทะเล โรงงานเคมี หรืออุตสาหกรรมอาหาร ควรเลือกสแตนเลส SUS304 หรือเกรดทนคลอไรด์อย่าง SUS316 เพื่อกันการกัดกร่อน. การชุบเคลือบผิว (Hot-dip Galvanized, Dacromet) เป็นอีกทางเลือกสำหรับงานโครงสร้างกลางแจ้ง
ดูที่ภาระรับแรง
งานรับแรงสูงและงานโครงสร้างต้องระบุ Property Class (เช่น 8.8, 10.9, 12.9) ให้ชัดเจน ตัวเลขยิ่งสูงหมายถึงรับแรงดึงได้มากขึ้น. การใช้สกรูเกรดต่ำกว่าสเปคในจุดรับแรงสำคัญเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ประนีประนอมไม่ได้ จึงควรตรวจสอบเครื่องหมายบนหัวสกรู (Head Marking) ทุกครั้ง
เกรดวัสดุ & ชั้นความแข็ง
เข้าใจความต่างของวัสดุและรหัสเกรด เพื่อระบุสเปคได้อย่างมั่นใจและเลือกใช้ให้คุ้มค่าที่สุด
เหล็กกล้า
Carbon & Alloy Steel
เหล็กคาร์บอน (เช่น S45C) และเหล็กผสมโครเมียม-โมลิบดีนัม (เช่น SCM435/SCM440) เป็นวัสดุหลักของสลักภัณฑ์รับแรง. ผ่านกระบวนการชุบแข็ง (Heat Treatment) เพื่อยกระดับ Property Class ให้สูงขึ้น เหมาะกับงานเครื่องจักรและโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงสูงในต้นทุนที่คุ้มค่า
ข้อควรระวัง: เหล็กกล้ามักต้องชุบเคลือบผิวกันสนิม จึงไม่เหมาะกับงานที่สัมผัสความชื้นหรือสารเคมีโดยตรงในระยะยาว
สแตนเลส
Stainless Steel
SUS304 (เกรด A2) เป็นสแตนเลสยอดนิยม ทนสนิมดี เหมาะกับงานทั่วไปและงานตกแต่ง. SUS316 (เกรด A4) เพิ่มธาตุโมลิบดีนัม ทำให้ทนการกัดกร่อนจากคลอไรด์ได้ดีกว่า จึงเหมาะกับงานริมทะเล งานเคมี และอุตสาหกรรมอาหาร/ยา
ข้อควรระวัง: สแตนเลสเหนียวกว่าและมีโอกาสเกิดอาการเกลียวรูด (Galling) ขณะขัน ควรขันด้วยความเร็วเหมาะสมและพิจารณาใช้สารหล่อลื่นเกลียว
| ชั้นความแข็ง (Class) | ลักษณะ (Characteristic) | เหมาะกับงาน (Typical Use) |
|---|---|---|
| 4.8 / 5.8 | เหล็กกล้าทั่วไป ความแข็งแรงระดับมาตรฐาน | งานยึดทั่วไป งานเฟอร์นิเจอร์ งานที่ไม่รับแรงวิกฤต |
| 8.8 | เหล็กกล้าชุบแข็ง รับแรงดึงสูง ใช้แพร่หลายที่สุด | งานโครงสร้างเหล็ก งานเครื่องจักร งานก่อสร้างทั่วไป |
| 10.9 | เหล็กผสมชุบแข็ง รับแรงสูงมาก | งานรับแรงหนัก เครื่องจักรกลหนัก ชิ้นส่วนยานยนต์ |
| 12.9 | เหล็กผสมเกรดสูงสุดในกลุ่มใช้งานทั่วไป | แม่พิมพ์ งานวิศวกรรมแม่นยำ จุดรับแรงวิกฤต |
| A2 / A4 | สแตนเลส (SUS304 / SUS316) เน้นกันกัดกร่อน | งานกลางแจ้ง ริมทะเล อาหาร เคมี งานสุขอนามัย |
คำถามที่พบบ่อย
Q.ใช้สลักภัณฑ์มาตรฐาน DIN แทน ISO ได้หรือไม่?
ในสินค้าหลายชนิดสามารถใช้ทดแทนกันได้ เพราะ ISO ถูกออกแบบมาเพื่อสานต่อจาก DIN (ดูตารางเทียบด้านบน). อย่างไรก็ตามบางขนาดอาจมีความหนาของหัวสกรูหรือขนาดประแจ (Wrench Size) ต่างกันเล็กน้อย หากเป็นงานที่ต้องสวมเข้ากับชิ้นส่วนเดิมแบบพอดี ควรแจ้งมาตรฐานต้นทางให้เราตรวจสอบก่อน
Q.SUS304 กับ SUS316 ต่างกันอย่างไร ควรเลือกตัวไหน?
ทั้งคู่เป็นสแตนเลสกันสนิม แต่ SUS316 เพิ่มธาตุโมลิบดีนัมจึงทนการกัดกร่อนจากคลอไรด์ (น้ำเค็ม สารเคมี) ได้ดีกว่า. งานทั่วไปและงานตกแต่งใช้ SUS304 ก็เพียงพอและประหยัดกว่า ส่วนงานริมทะเล อุตสาหกรรมเคมี อาหาร และยา แนะนำ SUS316
Q.Property Class 8.8 กับ 10.9 เลือกใช้อย่างไร?
ตัวเลขที่สูงกว่าหมายถึงความสามารถในการรับแรงดึงที่มากกว่า. Class 8.8 ครอบคลุมงานโครงสร้างและงานทั่วไปส่วนใหญ่ ส่วน 10.9 (หรือ 12.9) ใช้กับจุดที่รับแรงหนักหรืองานวิศวกรรมที่ต้องการความปลอดภัยสูง. สิ่งสำคัญคือต้องเลือกตามที่แบบหรือวิศวกรกำหนด ไม่ควรใช้เกรดต่ำกว่าสเปคในจุดรับแรงสำคัญ
Q.ทำไมจึงควรสั่งผลิตกับโรงงานในไทย?
การผลิตในประเทศช่วยลดระยะเวลารอสินค้าและความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ ตอบโจทย์งานที่ต้องการความรวดเร็ว. อีกทั้งยังสื่อสารสเปคและปรับแบบได้ง่ายผ่านทีมวิศวกรในพื้นที่ พร้อมรองรับงานสั่งผลิตพิเศษ (Made-to-order) และออกเอกสารรับรองคุณภาพภายใต้ระบบ ISO 9001:2015 ได้ครบถ้วน
ต้องการสลักภัณฑ์ที่ตรงตามสเปควิศวกรรม?
ส่งรายการ BOQ หรือ Drawing ของคุณมาให้เราประเมินราคา ทีมวิศวกรของเราพร้อมจัดหาและผลิตสินค้าให้ตรงตามมาตรฐานที่คุณต้องการ