
SHACKLES
สเก็นยกของมาตรฐานสากล
อุปกรณ์เชื่อมต่อเพื่อการยกที่มั่นคงที่สุด ผลิตตามมาตรฐาน US Fed. Spec. RR-C-271D รองรับงานหนัก (Heavy Duty) ทั้งงานก่อสร้าง งานเดินเรือ และอุตสาหกรรมน้ำมัน พร้อมใบรับรอง Load Test ทุกล็อต
ประเภทของสเก็น (Types of Shackles)

Bow Shackle (ทรงโอเมก้า)
รูปทรงโค้งกว้าง เหมาะสำหรับรับแรงจากหลายทิศทาง (Multi-directional loads) หรือใช้กับสลิงผ้าใบหน้ากว้าง นิยมใช้มากที่สุดในงานยกทั่วไป
- รับแรงได้ถึง 45 องศา
- เหมาะกับแม่แรง 2 ขาขึ้นไป

Dee Shackle (ทรงตัว U)
รูปทรงแคบ เหมาะสำหรับงานยกแนวดิ่ง (In-line tension) แข็งแรง กะทัดรัด นิยมใช้เชื่อมต่อโซ่หรือสลิงเส้นเดียว
- รับแรงดึงแนวดิ่งได้ดีเยี่ยม
- ขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่
การเลือกแกนล็อค (Pin Types)
ความปลอดภัยเริ่มต้นที่การเลือกชนิดของแกนล็อคให้ถูกกับลักษณะงาน เรามีให้เลือกทั้งแบบ Screw Pin สำหรับงานชั่วคราว และ Bolt Type สำหรับงานถาวร
Screw Pin (ขันเกลียว)
ติดตั้งและถอดง่ายด้วยมือเปล่า เหมาะสำหรับงานยกชั่วคราว (Pick and Place) ที่ต้องถอดเข้าออกบ่อยๆ
Bolt Type (น็อตตัวเมีย+ปริ้น)
ล็อค 2 ชั้นด้วยน็อตและปริ้น (Cotter Pin) ป้องกันการคลายตัวจากแรงสั่นสะเทือน เหมาะสำหรับงานติดตั้งถาวร
ภาพเปรียบเทียบแกนล็อค
ตารางรับน้ำหนัก (Working Load Limit)
อ้างอิงมาตรฐาน US Fed. Spec. RR-C-271D (Safety Factor 6:1)
ดูสเปคและตารางมิติเต็มรุ่น สเก็นโบว์ สกรูพิน G-209 (Screw Pin Anchor Shackle) →
| ขนาด (Size) | WLL (Ton) | Pin Diameter (mm) | Weight (kg) |
|---|---|---|---|
| 3/16" | 0.33 | 6 | 0.03 |
| 1/4" | 0.50 | 8 | 0.05 |
| 5/16" | 0.75 | 10 | 0.09 |
| 3/8" | 1.00 | 11 | 0.14 |
| 1/2" | 2.00 | 16 | 0.33 |
| 5/8" | 3.25 | 19 | 0.62 |
| 3/4" | 4.75 | 22 | 1.07 |
| 7/8" | 6.50 | 25 | 1.64 |
| 1" | 8.50 | 28 | 2.28 |
| 1-1/8" | 9.50 | 32 | 3.36 |
| 1-1/4" | 12.00 | 35 | 4.31 |
| 1-1/2" | 17.00 | 42 | 7.81 |
ต้องการสเก็นขนาดใหญ่พิเศษ?
เรามีสต็อกสเก็นขนาดใหญ่ถึง 55 ตัน และสามารถสั่งนำเข้าขนาดพิเศษได้ตามความต้องการ พร้อมบริการทดสอบแรงดึง (Proof Load Test)
เลือกสเก็นยกของอย่างไรให้ปลอดภัยและคุ้มค่า
1. ประเมินน้ำหนักและทิศทางแรง
เริ่มจากน้ำหนักจริงของชิ้นงาน (Load) แล้วเผื่อค่าความปลอดภัย หากแรงกระทำมาจากหลายทิศทางหรือใช้ร่วมกับสลิงหน้ากว้าง ควรเลือก Bow Shackle ที่ปากกว้างรับมุมเฉียงได้ดี แต่ถ้าเป็นการดึงในแนวเดียว (In-line) ตรง ๆ Dee Shackle จะให้ความแข็งแรงต่อขนาดที่ดีกว่า
- ใช้ WLL (Working Load Limit) เป็นค่าอ้างอิงเสมอ ไม่ใช่แรงดึงขาด
- เผื่อค่าความปลอดภัยตามมาตรฐาน (Safety Factor) ของงานเสมอ
2. เลือกชนิดแกนล็อคตามลักษณะงาน
งานยก-วางที่ต้องถอดเข้าออกบ่อย (Pick and Place) เหมาะกับ Screw Pin เพราะติดตั้งรวดเร็วด้วยมือ ส่วนงานติดตั้งถาวรหรือมีแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่อง ควรเลือก Bolt Type ที่ล็อกด้วยน็อตและสลักกันคลาย (Cotter Pin) เพื่อกันแกนคลายตัว
- งานชั่วคราว ถอดบ่อย → Screw Pin
- งานถาวร มีแรงสั่น → Bolt Type
3. เลือกวัสดุให้เข้ากับสภาพแวดล้อม
งานทั่วไปบนบกนิยมใช้เหล็กกล้าชุบกัลวาไนซ์ (Galvanized) เพื่อกันสนิมในต้นทุนที่เหมาะสม ส่วนงานทางทะเล งานเคมี หรือสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น/ไอเกลือสูง ควรพิจารณาสเตนเลส (เช่นเกรด SUS304/SUS316) ที่ทนการกัดกร่อนได้ดีกว่า
- งานบนบกทั่วไป → เหล็กชุบกัลวาไนซ์
- งานทะเล/เคมี → สเตนเลส SUS304/SUS316
4. ตรวจมาตรฐานและใบรับรอง
เลือกสเก็นที่ผลิตตามมาตรฐานสากลและมีเครื่องหมาย/รหัสปั๊มบนตัวสินค้า เช่น ขนาด พิกัดรับน้ำหนัก และผู้ผลิต งานที่ต้องการความมั่นใจสูงควรขอเอกสารทดสอบแรง (Proof Load Test Certificate) ประกอบทุกล็อต เพื่อใช้ยืนยันความปลอดภัยต่อผู้ตรวจสอบงาน
- มองหาเครื่องหมายปั๊มพิกัดบนตัวสเก็น
- ขอ Load Test Certificate สำหรับงานสำคัญ
วัสดุ มาตรฐาน และการกันกัดกร่อน
สเก็นยกของเป็นอุปกรณ์รับแรง (Rigging Hardware) ที่ต้องผ่านการเลือกวัสดุและกระบวนการผลิตอย่างเหมาะสม เพื่อให้รับน้ำหนักได้ตามพิกัดและทนต่อสภาพแวดล้อมหน้างานจริง โดยทั่วไปอ้างอิงตามมาตรฐานสากลหลายระบบ
เกรดวัสดุและการขึ้นรูป
ตัวสเก็นนิยมผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนหรือเหล็กอัลลอย ผ่านการขึ้นรูปแบบทุบขึ้นรูป (Drop Forged) ซึ่งให้เนื้อโลหะแน่นและเหนียวกว่าการหล่อ จากนั้นชุบแข็ง/อบคืนตัว (Heat Treatment) เพื่อความเหนียวและรับแรงกระชากได้ดี
มาตรฐานอ้างอิงสากล
ในกลุ่มอุปกรณ์ริกกิงมักอ้างอิงมาตรฐานหลายระบบ เช่น US Fed. Spec. RR-C-271D, EN/DIN ของยุโรป, JIS ของญี่ปุ่น และระบบ ASTM/ISO โดยเลือกใช้ตามข้อกำหนดของโครงการหรือผู้ตรวจสอบงาน
การกันกัดกร่อนและการดูแล
ผิวชุบกัลวาไนซ์ช่วยกันสนิมในงานทั่วไป ส่วนสภาพแวดล้อมไอเกลือ/เคมีควรใช้สเตนเลส ก่อนใช้งานทุกครั้งควรตรวจรอยร้าว การสึก การบิดงอ และตรวจว่าแกนล็อคหมุนเข้าออกได้คล่อง ไม่ฝืดหรือชำรุด
ตรวจสอบสภาพและมาตรฐานก่อนใช้งานทุกครั้ง
อุตสาหกรรมและงานที่ใช้สเก็นยกของ
งานก่อสร้างและโครงสร้างเหล็ก
ใช้เชื่อมต่อสลิง โซ่ และตะขอกับชิ้นงานในการยกคาน เสาเข็ม แผ่นพื้นสำเร็จ และโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ขึ้นที่สูง เป็นจุดเชื่อมต่อหลักของระบบยกที่ต้องมั่นคงและถอดประกอบได้สะดวกหน้างาน
งานเดินเรือและท่าเรือ
งานยกตู้คอนเทนเนอร์ การผูกยึดสินค้า (Lashing) และอุปกรณ์บนเรือ ต้องการสเก็นที่ทนไอเกลือและความชื้นสูง จึงนิยมใช้รุ่นชุบกันสนิมหรือสเตนเลสเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน
งานน้ำมัน ก๊าซ และโรงงานอุตสาหกรรม
งานยกหนัก (Heavy Duty) ในโรงงาน แท่นขุดเจาะ และงานบำรุงรักษาเครื่องจักรขนาดใหญ่ ต้องการอุปกรณ์ที่มีพิกัดรับน้ำหนักชัดเจนและมีเอกสารทดสอบรองรับเพื่อความปลอดภัยตามระบบของโรงงาน
งานยกทั่วไปและคลังสินค้า
งานยก-วางทั่วไป งานเครน งานติดตั้งป้ายและเวที รวมถึงงานเคลื่อนย้ายสินค้าในคลัง ที่ต้องการอุปกรณ์ติดตั้งรวดเร็ว ถอดเข้าออกง่าย และเชื่อถือได้ในการใช้งานประจำวัน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสเก็นยกของ
WLL กับ Breaking Load ต่างกันอย่างไร?
WLL (Working Load Limit) คือพิกัดน้ำหนักสูงสุดที่ออกแบบให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ส่วน Breaking Load คือแรงที่ทำให้สเก็นขาด ซึ่งสูงกว่ามาก โดยทั่วไปจะเผื่อเป็นค่าความปลอดภัย (Safety Factor) ในการใช้งานจริงต้องยึดตาม WLL เสมอ ห้ามใช้เกินพิกัด
เลือก Bow หรือ Dee Shackle ดี?
ถ้าแรงมาจากหลายทิศทางหรือต้องคล้องสลิงหลายเส้น เลือก Bow Shackle ที่ปากกว้าง แต่ถ้าเป็นการดึงในแนวเดียวตรง ๆ เลือก Dee Shackle ที่กะทัดรัดและให้ความแข็งแรงต่อขนาดที่ดีกว่า
เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนสเก็นตัวใหม่?
ควรเปลี่ยนเมื่อพบรอยร้าว การสึกหรอจนหน้าตัดลดลงอย่างเห็นได้ชัด การบิดงอผิดรูป สนิมกินลึก หรือเครื่องหมายพิกัดบนตัวสเก็นเลือนจนอ่านไม่ได้ และต้องไม่ดัดแปลง/เชื่อม/ตัดแต่งตัวสเก็นเด็ดขาด
ทำไมควรสั่งผลิตกับโรงงานในไทย?
โรงงานไทยอย่าง S.J Screw Thai ภายใต้ระบบมาตรฐาน ISO 9001:2015 ช่วยให้สื่อสารสเปคง่าย ส่งของไว ลดต้นทุนนำเข้า และรองรับงานสั่งผลิตขนาดพิเศษพร้อมเอกสารทดสอบ ทำให้ควบคุมคุณภาพและตรวจสอบย้อนกลับได้สะดวกกว่า