เปิดทำการ จ-ส 8:00–17:00ส่งทั่วประเทศสินค้าเต็ม stock พร้อมจำหน่าย
บริษัท เอส.เจ สกรูไทย จำกัดบริษัท เอส.เจ สกรูไทย จำกัดบริษัท เอส.เจ สกรูไทย จำกัดบริษัท เอส.เจ สกรูไทย จำกัด
กำลังโหลดข้อมูลหมวดหมู่...
ลูกค้าองค์กร B2B| ช่วยเหลือ
Shackle Background
Safety Factor 6:1

SHACKLES
สเก็นยกของมาตรฐานสากล

อุปกรณ์เชื่อมต่อเพื่อการยกที่มั่นคงที่สุด ผลิตตามมาตรฐาน US Fed. Spec. RR-C-271D รองรับงานหนัก (Heavy Duty) ทั้งงานก่อสร้าง งานเดินเรือ และอุตสาหกรรมน้ำมัน พร้อมใบรับรอง Load Test ทุกล็อต

Product Types

ประเภทของสเก็น (Types of Shackles)

Bow Shackle

Bow Shackle (ทรงโอเมก้า)

รูปทรงโค้งกว้าง เหมาะสำหรับรับแรงจากหลายทิศทาง (Multi-directional loads) หรือใช้กับสลิงผ้าใบหน้ากว้าง นิยมใช้มากที่สุดในงานยกทั่วไป

  • รับแรงได้ถึง 45 องศา
  • เหมาะกับแม่แรง 2 ขาขึ้นไป
Dee Shackle

Dee Shackle (ทรงตัว U)

รูปทรงแคบ เหมาะสำหรับงานยกแนวดิ่ง (In-line tension) แข็งแรง กะทัดรัด นิยมใช้เชื่อมต่อโซ่หรือสลิงเส้นเดียว

  • รับแรงดึงแนวดิ่งได้ดีเยี่ยม
  • ขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่

การเลือกแกนล็อค (Pin Types)

ความปลอดภัยเริ่มต้นที่การเลือกชนิดของแกนล็อคให้ถูกกับลักษณะงาน เรามีให้เลือกทั้งแบบ Screw Pin สำหรับงานชั่วคราว และ Bolt Type สำหรับงานถาวร

S

Screw Pin (ขันเกลียว)

ติดตั้งและถอดง่ายด้วยมือเปล่า เหมาะสำหรับงานยกชั่วคราว (Pick and Place) ที่ต้องถอดเข้าออกบ่อยๆ

B

Bolt Type (น็อตตัวเมีย+ปริ้น)

ล็อค 2 ชั้นด้วยน็อตและปริ้น (Cotter Pin) ป้องกันการคลายตัวจากแรงสั่นสะเทือน เหมาะสำหรับงานติดตั้งถาวร

ภาพเปรียบเทียบแกนล็อค

ตารางรับน้ำหนัก (Working Load Limit)

อ้างอิงมาตรฐาน US Fed. Spec. RR-C-271D (Safety Factor 6:1)

ดูสเปคและตารางมิติเต็มรุ่น สเก็นโบว์ สกรูพิน G-209 (Screw Pin Anchor Shackle) →

ขนาด (Size)WLL (Ton)Pin Diameter (mm)Weight (kg)
3/16"0.3360.03
1/4"0.5080.05
5/16"0.75100.09
3/8"1.00110.14
1/2"2.00160.33
5/8"3.25190.62
3/4"4.75221.07
7/8"6.50251.64
1"8.50282.28
1-1/8"9.50323.36
1-1/4"12.00354.31
1-1/2"17.00427.81

ต้องการสเก็นขนาดใหญ่พิเศษ?

เรามีสต็อกสเก็นขนาดใหญ่ถึง 55 ตัน และสามารถสั่งนำเข้าขนาดพิเศษได้ตามความต้องการ พร้อมบริการทดสอบแรงดึง (Proof Load Test)

Selection Guide

เลือกสเก็นยกของอย่างไรให้ปลอดภัยและคุ้มค่า

1. ประเมินน้ำหนักและทิศทางแรง

เริ่มจากน้ำหนักจริงของชิ้นงาน (Load) แล้วเผื่อค่าความปลอดภัย หากแรงกระทำมาจากหลายทิศทางหรือใช้ร่วมกับสลิงหน้ากว้าง ควรเลือก Bow Shackle ที่ปากกว้างรับมุมเฉียงได้ดี แต่ถ้าเป็นการดึงในแนวเดียว (In-line) ตรง ๆ Dee Shackle จะให้ความแข็งแรงต่อขนาดที่ดีกว่า

  • ใช้ WLL (Working Load Limit) เป็นค่าอ้างอิงเสมอ ไม่ใช่แรงดึงขาด
  • เผื่อค่าความปลอดภัยตามมาตรฐาน (Safety Factor) ของงานเสมอ

2. เลือกชนิดแกนล็อคตามลักษณะงาน

งานยก-วางที่ต้องถอดเข้าออกบ่อย (Pick and Place) เหมาะกับ Screw Pin เพราะติดตั้งรวดเร็วด้วยมือ ส่วนงานติดตั้งถาวรหรือมีแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่อง ควรเลือก Bolt Type ที่ล็อกด้วยน็อตและสลักกันคลาย (Cotter Pin) เพื่อกันแกนคลายตัว

  • งานชั่วคราว ถอดบ่อย → Screw Pin
  • งานถาวร มีแรงสั่น → Bolt Type

3. เลือกวัสดุให้เข้ากับสภาพแวดล้อม

งานทั่วไปบนบกนิยมใช้เหล็กกล้าชุบกัลวาไนซ์ (Galvanized) เพื่อกันสนิมในต้นทุนที่เหมาะสม ส่วนงานทางทะเล งานเคมี หรือสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น/ไอเกลือสูง ควรพิจารณาสเตนเลส (เช่นเกรด SUS304/SUS316) ที่ทนการกัดกร่อนได้ดีกว่า

  • งานบนบกทั่วไป → เหล็กชุบกัลวาไนซ์
  • งานทะเล/เคมี → สเตนเลส SUS304/SUS316

4. ตรวจมาตรฐานและใบรับรอง

เลือกสเก็นที่ผลิตตามมาตรฐานสากลและมีเครื่องหมาย/รหัสปั๊มบนตัวสินค้า เช่น ขนาด พิกัดรับน้ำหนัก และผู้ผลิต งานที่ต้องการความมั่นใจสูงควรขอเอกสารทดสอบแรง (Proof Load Test Certificate) ประกอบทุกล็อต เพื่อใช้ยืนยันความปลอดภัยต่อผู้ตรวจสอบงาน

  • มองหาเครื่องหมายปั๊มพิกัดบนตัวสเก็น
  • ขอ Load Test Certificate สำหรับงานสำคัญ

วัสดุ มาตรฐาน และการกันกัดกร่อน

สเก็นยกของเป็นอุปกรณ์รับแรง (Rigging Hardware) ที่ต้องผ่านการเลือกวัสดุและกระบวนการผลิตอย่างเหมาะสม เพื่อให้รับน้ำหนักได้ตามพิกัดและทนต่อสภาพแวดล้อมหน้างานจริง โดยทั่วไปอ้างอิงตามมาตรฐานสากลหลายระบบ

M

เกรดวัสดุและการขึ้นรูป

ตัวสเก็นนิยมผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอนหรือเหล็กอัลลอย ผ่านการขึ้นรูปแบบทุบขึ้นรูป (Drop Forged) ซึ่งให้เนื้อโลหะแน่นและเหนียวกว่าการหล่อ จากนั้นชุบแข็ง/อบคืนตัว (Heat Treatment) เพื่อความเหนียวและรับแรงกระชากได้ดี

S

มาตรฐานอ้างอิงสากล

ในกลุ่มอุปกรณ์ริกกิงมักอ้างอิงมาตรฐานหลายระบบ เช่น US Fed. Spec. RR-C-271D, EN/DIN ของยุโรป, JIS ของญี่ปุ่น และระบบ ASTM/ISO โดยเลือกใช้ตามข้อกำหนดของโครงการหรือผู้ตรวจสอบงาน

C

การกันกัดกร่อนและการดูแล

ผิวชุบกัลวาไนซ์ช่วยกันสนิมในงานทั่วไป ส่วนสภาพแวดล้อมไอเกลือ/เคมีควรใช้สเตนเลส ก่อนใช้งานทุกครั้งควรตรวจรอยร้าว การสึก การบิดงอ และตรวจว่าแกนล็อคหมุนเข้าออกได้คล่อง ไม่ฝืดหรือชำรุด

ตรวจสอบสภาพและมาตรฐานก่อนใช้งานทุกครั้ง

Applications

อุตสาหกรรมและงานที่ใช้สเก็นยกของ

งานก่อสร้างและโครงสร้างเหล็ก

ใช้เชื่อมต่อสลิง โซ่ และตะขอกับชิ้นงานในการยกคาน เสาเข็ม แผ่นพื้นสำเร็จ และโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ขึ้นที่สูง เป็นจุดเชื่อมต่อหลักของระบบยกที่ต้องมั่นคงและถอดประกอบได้สะดวกหน้างาน

งานเดินเรือและท่าเรือ

งานยกตู้คอนเทนเนอร์ การผูกยึดสินค้า (Lashing) และอุปกรณ์บนเรือ ต้องการสเก็นที่ทนไอเกลือและความชื้นสูง จึงนิยมใช้รุ่นชุบกันสนิมหรือสเตนเลสเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน

งานน้ำมัน ก๊าซ และโรงงานอุตสาหกรรม

งานยกหนัก (Heavy Duty) ในโรงงาน แท่นขุดเจาะ และงานบำรุงรักษาเครื่องจักรขนาดใหญ่ ต้องการอุปกรณ์ที่มีพิกัดรับน้ำหนักชัดเจนและมีเอกสารทดสอบรองรับเพื่อความปลอดภัยตามระบบของโรงงาน

งานยกทั่วไปและคลังสินค้า

งานยก-วางทั่วไป งานเครน งานติดตั้งป้ายและเวที รวมถึงงานเคลื่อนย้ายสินค้าในคลัง ที่ต้องการอุปกรณ์ติดตั้งรวดเร็ว ถอดเข้าออกง่าย และเชื่อถือได้ในการใช้งานประจำวัน

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสเก็นยกของ

WLL กับ Breaking Load ต่างกันอย่างไร?

WLL (Working Load Limit) คือพิกัดน้ำหนักสูงสุดที่ออกแบบให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ส่วน Breaking Load คือแรงที่ทำให้สเก็นขาด ซึ่งสูงกว่ามาก โดยทั่วไปจะเผื่อเป็นค่าความปลอดภัย (Safety Factor) ในการใช้งานจริงต้องยึดตาม WLL เสมอ ห้ามใช้เกินพิกัด

เลือก Bow หรือ Dee Shackle ดี?

ถ้าแรงมาจากหลายทิศทางหรือต้องคล้องสลิงหลายเส้น เลือก Bow Shackle ที่ปากกว้าง แต่ถ้าเป็นการดึงในแนวเดียวตรง ๆ เลือก Dee Shackle ที่กะทัดรัดและให้ความแข็งแรงต่อขนาดที่ดีกว่า

เมื่อไหร่ควรเปลี่ยนสเก็นตัวใหม่?

ควรเปลี่ยนเมื่อพบรอยร้าว การสึกหรอจนหน้าตัดลดลงอย่างเห็นได้ชัด การบิดงอผิดรูป สนิมกินลึก หรือเครื่องหมายพิกัดบนตัวสเก็นเลือนจนอ่านไม่ได้ และต้องไม่ดัดแปลง/เชื่อม/ตัดแต่งตัวสเก็นเด็ดขาด

ทำไมควรสั่งผลิตกับโรงงานในไทย?

โรงงานไทยอย่าง S.J Screw Thai ภายใต้ระบบมาตรฐาน ISO 9001:2015 ช่วยให้สื่อสารสเปคง่าย ส่งของไว ลดต้นทุนนำเข้า และรองรับงานสั่งผลิตขนาดพิเศษพร้อมเอกสารทดสอบ ทำให้ควบคุมคุณภาพและตรวจสอบย้อนกลับได้สะดวกกว่า